You are here : News Member Area : Register | Login
News

Current Articles | Categories | Search | Syndication

Thursday, March 19, 2009
ไทยเตรียมยึดตลาด PSP (กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพในระดับบุคคล) ปักธงซอฟต์แวร์ไทยสู่ตลาดโลก
:: 2621 Views :: News
 

ไทยเตรียมยึดตลาด PSP (กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพในระดับบุคคล) ปักธงซอฟต์แวร์ไทยสู่ตลาดโลก
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชู PSP (Personal Software Process หรือ กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพในระดับบุคคล) เป็นอาวุธหลักในการปักธงซอฟต์แวร์ไทยสู่เวทีโลก เผยเป็นมาตรฐานใหม่ที่กำลังเนื้อหอม ซอฟต์แวร์พาร์ครุกหนัก เร่งสร้างคนรองรับ

เมื่อวันพุธที่ 18 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุงเทพฯ - ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ได้จัดงานแถลงข่าว “ปักธงซอฟต์แวร์ไทยสู่ตลาดโลกด้วย Personal Software Process (PSP)” โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้นำการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี ดร.สุพัทธ์ พู่ผกา รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี ดร.สุชาติ เมืองแก้ว รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร (บุคคลที่ 1 ด้านขวามือจากภาพ) และนายชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บุคคลที่ 1 ด้านซ้ายมือจากภาพ) ร่วมแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาร่วมจัดทำข่าว


ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจซอฟต์แวร์ของประเทศด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้ไอทีภายในประเทศให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทั้งคุณภาพและปริมาณกลายเป็นเรื่องสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็กำลังกลายเป็นโอกาสสำคัญของไทยที่จะทำให้ปักธงซอฟต์แวร์ไทยสู่ตลาดโลกได้ โดยชูเรื่องการสร้างคนด้วยมาตรฐานใหม่

บทบาทของกระทรวงวิทย์ฯ ผ่านซอฟต์แวร์พาร์ค จึงได้วางแผนสนับสนุนแผนปักธงซอฟต์แวร์ไทยในตลาดโลกด้วยมาตรฐาน Personal Software Process (PSP) มาเป็นยุทธศาสตร์ที่จะนำมาตรฐานโลกทางด้านซอฟต์แวร์มาสร้างรายได้ให้กับประเทศ หลังจากที่ได้ส่งเสริมกระบวนการ PSP ให้เกิดขึ้นแล้ว กระทรวงวิทย์ฯจะมุ่งเน้นผลักดันและส่งเสริมให้เกิดการรับงานจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนให้เกิดการลงทุนทางด้านธุรกิจซอฟต์แวร์เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี เปิดเผยว่า โครงการเสริมสร้างศักยภาพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยสู่มาตรฐานสากล (Personal Software Process Initiative) เพื่อสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีวินัย ทักษะ และความรู้ในด้านกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพในระดับบุคคล หรือ Personal Software Process (PSP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พัฒนาโดยสถาบัน SEI ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ซอฟต์แวร์พาร์คจะใช้ในการปักธงธุรกิจซอฟต์แวร์ไทยเข้าสู่ระดับโลก

ปัจจุบัน Certified PSP Developer เป็นประกาศนียบัตรระดับบุคคลที่รับรองโดย SEI (Software Engineering Institute จาก มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ประเทศสหรัฐอเมริกา) ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งมีเพียง 333 คนจากทั่วโลกที่ผ่านมาตรฐานนี้ และแต่ละประเทศกำลังมีแผนที่จะขยายบุคลากรในส่วนนี้เพิ่ม

โดยในปีนี้ซอฟต์แวร์พาร์คจะสร้าง Certified PSP Developer หรือผู้ที่ผ่านใบรับรอง PSP จำนวน 100 คน และในปีถัดไปจะสร้างผู้ที่ผ่านการสอบเพื่อเป็น Authorized PSP Instructor หรือผู้สอน PSP ที่ได้รับการรับรองจาก SEI อย่างเป็นทางการจำนวน 20 คน ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มากติดลำดับโลกได้ ซอฟต์แวร์พาร์คได้วางแผนสนับสนุน โดยใช้งบประมาณดำเนินงานในปีแรก 8 ล้านบาท เป็นสัดส่วนภาครัฐ 75% และภาคเอกชน 25%

การสร้างบุคลากรทางด้าน PSP ของไทยเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลดีต่อประเทศไทยทั้งในแง่ของการสร้างคุณภาพซอฟต์แวร์ให้มีมาตรฐานมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 20% รวมถึงทำให้ต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศลดลง เกิดแรงจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาใช้ซอฟต์แวร์ไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานมากขึ้น และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดระดับโลกอีกด้วย

จากประสบการณ์การสร้างมาตรฐานซอฟต์แวร์ด้วยระบบ CMMI ที่ผ่านมาพบว่า การมีทั้งคนที่ผ่าน PSP จำนวนมาก และมี PSP Instructor จะทำให้มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากต่างประเทศสนใจเข้ามาฝึกอบรม PSP ในไทยและนำเข้า PSP Instructor ไปฝึกอบรมบุคลากรในประเทศของตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลี ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ไทยเกิดรายได้จากส่วนนี้ตามมา

ดร.สุพัทธ์ พู่ผกา รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ทางซอฟต์แวร์พาร์คจะรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ มากกว่า 2 ปีขึ้นไป ที่สามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในระดับดีมากอย่างน้อย 1 ภาษา ที่สำคัญต้องมีความสามารถในการขยายองค์ความรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานได้ โดยให้สมัครมาในนามบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้คุณสมบัติของบริษัทที่สามารถส่งบุคคลเข้าร่วมโครงการฯ ได้ต้องเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจรับพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จดทะเบียนนิติบุคคล มีคนไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51

ผู้สมัครที่ได้เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้ารับการอบรมและได้รับประกาศนียบัตรของหลักสูตร PSP Fundamental และ PSP Advance ตามที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามนั้นบริษัทจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการอบรมเต็มจำนวนในอัตราค่าอบรมปกติ เมื่อผ่านการอบรมแล้วทางซอฟต์แวร์พาร์คจะให้ผู้สมัครได้รับสิทธิเข้ารับการติวเข้มเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ Certified PSP Developer โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเมื่อสอบ Certified PSP Developer ผ่านแล้วผู้สมัครสามารถขอรับค่าสอบคืนเต็มจำนวนได้

การสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น ทางซอฟต์แวร์พาร์คแบ่งออกเป็นสองระดับคือ หากทางบริษัทซอฟต์แวร์จัดส่งบุคลากรตั้งแต่ 2 คน จะได้รับการสนับสนุนต่อคน 70% แต่หากจัดส่งเพียงคนเดียวจะได้รับการสนับสนุนเพียง 50% ซึ่งการสนับสนุนนี้จะจำกัดที่ปีแรกของโครงการเท่านั้น

บุคลากรที่ได้รับ Certified PSP Developer จะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแรงและปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ให้หยั่งรากลึก โดยเริ่มบ่มเพาะจิตสำนึกให้บุคลากรรู้จักวัดผล และวิเคราะห์ผลการทำงานของตนเอง เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ รวมถึงมีขั้นตอน และวินัยในการทำงาน (Self-Awareness, Self-Improvement และ Self-Discipline) ซึ่งส่งผลให้องค์กรเติบโต เข้มแข็ง อย่างยั่งยืน ทำให้ช่วยเพิ่มตัวเลขผลตอบแทนทางด้านการลงทุนหรือ Return on Investment ให้องค์กร เนื่องจาก PSP จะช่วยให้บุคลากรใช้เวลาในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้น Certified PSP Developer ขององค์กรจะเป็นแรงบันดาลใจ และกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนามาตรฐานการผลิตซอฟต์แวร์ขององค์กร เพื่อต่อยอดในการประเมินวุฒิภาวะระดับองค์กรต่อไป เช่น CMMI เป็นต้น

ปัจจุบันซอฟต์แวร์พาร์คได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ดร.สุรเดช จิตประไพกุลศาล อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ เข้ารับการอบรมและผ่านการสอบเพื่อเป็น SEI Authorized PSP Instructor อย่างเป็นทางการแล้ว
“ผลลัพธ์จากโครงการ PSP Initiative จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการปักธงเรื่องการสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีวุฒิภาวะสูง (People Maturity) และมีจำนวน Certified PSP Developer เป็นที่ 2 ของโลก เพื่อแสดงให้เห็นศักยภาพของบุคลากรด้าน IT ของเราว่ามีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศให้สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในเวทีโลกต่อไป” ดร. สุพัทธ์ กล่าว

ดร.สุชาติ เมืองแก้ว รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า ม.นเรศวรจัดเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกที่นำความรู้ด้าน PSP มาใช้ประกอบการสอน โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนานักเขียนซอฟต์แวร์ให้ได้มาตรฐานทุกระบบ คือ PSP, TSP และ CMMI ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยกลายเป็นจุดศูนย์กลางในเขตภาคเหนือตอนล่างในการรองรับการสร้างคนด้านซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพป้อนให้กับตลาดทั้งในและนอกประเทศต่อไป โดยได้บรรจุเอาไว้ตั้งแต่ในหลักสูตรปริญญาตรี สามารถผลิตบุคลากรด้านนี้ปีละ 20 คน และในระดับปริญญาโท-เอก ในด้านการวิจัยขั้นสูงอีกปีละ 5 คน หลักสูตร PSP จะเป็นวิชาเพิ่มเติมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องในคณะวิศวกรรมศาสตร์ภายใน 2 ปีอีกด้วย โดยจะแทรก PSP ในการเรียนการสอนสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ทุกชั้นปี

นายชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ รองกรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน ศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามาตรฐาน CMMI เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องการเพิ่มผลิตผลในทางปฏิบัติของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้ครบถ้วน แต่ PSP จะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องนี้ ทางศูนย์พัฒนาธุรกิจตลาดทุนพร้อมสนับสนุนให้มีการพัฒนาคนสู่ระบบ PSP มากขึ้น เพราะมีผลต่อการนำเสนอแผนระดมทุนต่อนักลงทุนระยะยาวต่อไป

ที่มา:http://www.tmc.nstda.or.th/htmlweb/view_new.php?id_view=571

ABAC HP IBM Microsoft ThomsonReuters SoftwarePark TMC สวทช. CDPIO



Copyright © 2008 Software Park Thailand. All rights reserved.